head-banbueng-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
วันที่ 27 พฤษภาคม 2022 1:09 AM
head-banbueng-min
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความลับ ที่ไม่ลับของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าค้างคาว

ความลับ ที่ไม่ลับของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าค้างคาว

อัพเดทวันที่ 28 ธันวาคม 2020

ความลับ ที่ไม่ลับของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าค้างคาว

ความลับ ผมรู้จักค้างคาวมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก ตอนนั้นอยู่ที่ชลบุรี มีป่าริมทะเลที่เรียกว่าป่าโกงกางเราออกตามล่าค้างคาวกันเกือบทุกวัน พวกมันอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ ค้างคาวถูกพวกเราล่าได้วันละเป็นสิบตัว เอามาทำเป็นอาหารแม่บอกว่าเอามาทอดกระเทียมพริกไทยรสชาติอร่อยมากโดยเฉพาะเนื้อบริเวณหน้าอกซึ่งน่า

จะเป็นเนื้อสันของมันนั่นเอง ไม่ใหญ่โตมากมายนัก เป็นก้อนเนื้อล้วน ๆ ใหญ่ประมาณก้อนขนมปังเห็นจะได้ พวกเรากินกันจนเบื่อ แต่สำหรับตอนนี้ไม่มีแล้วทั้งป่าโกงกางและค้างคาวเนื่องจากทางการได้ปรับปรุงพื้นที่สร้างเป็นถนนสายริมทะเลให้รถวิ่งไปหมดแล้ว และพวกเราก็ไม่ได้อยู่ที่ชลบุรีแล้ว

แต่มารู้ข่าวอีกทีว่าค้างคาวได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพาหะนำโรคโดยเฉพาะโรคร้ายอย่าง “โควิด-19” ซึ่งกำลังระบาดอยู่ทั่วโลกขณะนี้ โดยนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าค้างคาวมงกุฎที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน อาจเป็นตัวต้นเหตุของการแพร่เชื้อก็ได้ แหมเล่นเอาพวกเราเสียวสันหลังวาบทีเดียว แต่เป็นเพราะมันคนละช่วงเวลากัน

ก็เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้คงไม่แน่ แม้ว่าค้างคาวจะยังไม่ถูกปักใจเชื่อว่าเป็นตัวการที่แท้จริง แต่ผลวิจัยก็ชี้ชัดว่าสัตว์ป่าบางชนิดเป็นตัวแพร่พันธุ์มาสู่คน และเมื่อคนรับเฃื้อร้ายไปแล้วก็ไปแพร่สู่คนอีกต่อหนึ่ง ทำให้ต่างต้องหันมาทางค้าวคาวเนื่องจากถูกสงสัยว่าเป็นสัตว์นั้นหรือเปล่า ลองมาดูคามจริงที่เกี่ยวกับค้างคาวกันหน่อยดีกว่า

การศึกษาเรื่องค้างคาว 

จากการศึกษาพบว่าในบ้านเรามีค้างคาวรวมกันแล้วประมาณ 140 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นที่รวมของเชื่อไวรัสต่าง ๆ ที่เรายังไม่รู้จักมากกว่า 400 ชนิด แสดงว่าในค้างคาว 1 ตัวมีมากกว่า 1 ชนิด แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีการพบว่าแพร่สู่คน และที่โชคดียิ่งกว่าได้แก่เชื้อที่พบไม่มีเชื่อโคโรน่าไวรัส หรือ เชื้อโควิด-19 ในตัวมันเลย นั่นก็แสดงว่าบ้านเรายังปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ที่อาจแพร่จากค้างคาวสู่คนนั่นเอง

แต่ที่ประมาทไม่ได้ก็คือต้องศึกษาเพื่อให้รู้ถึงชีววิทยาของมัน ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้มีการป้องกันได้ทันหากวันใดวันหนึ่งมันเกิดเฮี้ยนขึ้นมา เกิดมีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้น เพราะไม่อาจที่จะเสี่ยงได้เนื่องจากมันมีเชื้อไวรัสอยู่ในสายพันธุ์มากถึง 400 ชนิด ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันอาจกลายพันธุ์ก็ได้ หรือมีการติดเชื้อใหม่แล้วอาจแพร่สู่คน

ได้ใครจะรู้ ซึ่งจากรายงานของต่างประเทศที่เคยเกิดขึ้นแล้วว่า โรคซาร์สก็แพร่จากค้างคาวเช่นกัน หรือแม้แต่แพร่ไปสู่สัตว์อื่นอย่างอีเห็น หรือชะมด โดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่ที่มีเชื้อนิปาห์ ก็มีรายงานทางการแพทย์ว่ามีการแพร่เชื้อมาสู่คนบ้างแล้วในประเทศบังคลาเทศ และสามารถติดต่อไปถึงหมู ที่มาเลเซีย ซึ่งโรคต่าง ๆ

นี้รวมถึงโรคอีโบลา ที่มาจากค้างคาวบัวในแอฟริกาด้วย และเป็นเชื้อที่นักวิจัยพยายามค้นหามาเป็นเวลากว่า 1 ปี แต่คุณพระก็ยังคุ้มครองไม่พบเชื่ออีโบลาในไทยจากค้างคาวบัวในประเทศไทยเลย แต่เพื่อความมั่นใจและเป็นการไม่ประมาทกับเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเอง จึงต้องลงพื้นที่และทำการเจาะเลือด พร้อมทั้งสารคัดหลั่งที่ได้จากค้างคาวมงกุฎซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศไทย มาตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งน่าจะเริ่มได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

ความลับ

ทำไมต้องกลัวค้างคาว

ในความเป็นจริงเชื้อโรคจากค้างคาวนี้มิได้มีการแพร่สู่คนได้ง่าย ๆ เพราะที่จริงแล้วเป็นการที่เชื้อจากคนสู่คนมากกว่า ดังนั้นเชื่อจากค้างคาวสู่คนยังไม่มี แต่เพราะมีการบริโภคค้าวคาวและการกินสัตว์ป่ามากกว่าโดยเฉพาะการกินกันอย่างดิบ ๆ กินเลือดสด ๆ ซึ่งน่ากลัวกว่า ถ้ามีผู้บริโภคค้างคาวไม่มากเอาว่าแค่ 0.1 ก็เท่ากับทำให้เชื้อโรคมีโอกาสแล้วแม้เพียง 0.1 ก็ตาม ก็เป็นการเปลี่ยน Host จากสัตว์สู่คนได้ทันที และแน่นอนคนย่อมไม่มีภูมิต้านทานเหมือนสัตว์ ซึ่งก็ต้องมีปัญหาแน่นอน

ถ้าเป็นการเชื้อโรคจากคนสู่คน ก็จะน่ากลัวสุด ๆ เพราะเกิดจากคนที่ไปสร้างปัญหาขึ้นมาเอง เอาความเสี่ยงเข้าตัว โดยการกินค้างคาว หรือเลือดค้างคาวสด ๆ เพื่อเชื่อโรคที่เคยอยู่ในตัวค้างคาวมาสู่คน ย่อมต้องมีการเพาะพันธุ์ใหม่เพื่อปรับตัวให้อยู่ในคนได้ ก็จะเกิดการกลายพันธุ์ และเริ่มแข็งแรงมีการติดเชื่อจากคนสู่คน ซึ่งบางครั้งมันก็จะฟักตัวอยู่ได้เป็นเวลานานและไม่แสดงอาการ แต่ก็จะสามารถแพร่เชื้อได้ไม่ต่างกัน ดังนั้นการบิรโภคเนื้อสัตว์ดิบโดยเฉพาะเนื้อค้างคาวจึงเสี่ยงการติดโรคร้ายได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้ามีการประเมินการแพร่เชื้อโรคจากค้างคาวมาสู่คนโดยตรงนั้นอาจมีโอกาสน้อยมาก และยังไม่น่าห่วงเท่าเชื่อที่แพร่จากคนสู่คนโดยตรง ดังนั้นควรให้เล็งไปที่คนมากกว่า โดยเฉพาะผู้ที่กำลังป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ แต่สำหรับค้างคาวกับคนไทยนั้นอยู่ร่วมกันมานานแล้วจึงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ตามบ้านที่อยู่อาศัยของ

คนก็เคยเป็นที่อยู่ของค้าวคาวด้วยกันทั้งนั้น ให้ดูตามวัด หรือต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้คนเพื่อตรวจก็ไม่พบเชื้อจากค้างคาวเลย แต่ก็จะประมาทไม่ได้ ไม่ควรเสี่ยงที่จะกินค้างคาวเพราะสัตว์อื่นที่เป็นอาหารมีถมไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ค้างคาวไทยเริ่มไม่มีที่จะอยู่ และมักบินออกมาจากที่ที่เคยอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณซอกอาคาร

หรือกันสาดในบ้านร้าง โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี จะเห็นว่ามีค้างคาวไปอาศัยอยู่แยะมาก นั่นไงอาจเป็นลูกหลานของค้างคาวที่ผมเคยไปพบมาก่อนสมัยที่ยังเด็ก ๆ นั่นเอง และถูกไล่ออกจากป่าที่อยู่เก่า ต้องมาอาศัยอยู่ในเมืองอย่างที่เห็นก็ได้

ค้างคาวไทยมีหลายขนาด ทั้งใหญ่และเล็ก     

ค้างคาวแม่ไก่เป็นสายพันธุ์ค้างคาวที่ตัวใหญ่ที่สุด วัดความกว้างของปีกได้ข้างละ 1 เมตร ส่วนตัวที่เล็กที่สุด สำหรับที่ตัวเล็กได้แก่ค้างคาวกิตติ ซึ่งเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก ส่วนที่ชาวบ้านเจอกันประจำที่บินออกจากถ้ำก็เป็นสายพันธุ์ค้างคาวปากย่น ซึ่งก็จะมีค้างคาวแม่ไก่ปะปนอยู่ด้วยบางส่วน ซึ่งสามารถแยกแยะได้ไม่ยากเพราะมีขนาดตัวที่ไม่เท่ากันมองเห็นได้ชัด

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)