head-banbueng-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
วันที่ 17 มกราคม 2022 4:30 PM
head-banbueng-min
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ชีวิตในวัยมหาลัย สิ่งที่ควรเปิดใจเมื่อเราขึ้นมหาลัย

ชีวิตในวัยมหาลัย สิ่งที่ควรเปิดใจเมื่อเราขึ้นมหาลัย

อัพเดทวันที่ 9 พฤศจิกายน 2020

ชีวิตในวัยมหาลัย เมื่อเราขึ้นมหาลัยเราจะเจอกับสิ่งใดบ้าง

ชีวิตในวัยมหาลัย  สำหรับน้องๆหลายคนที่อยู่ในช่วงใกล้จะขึ้นมหาลัย ที่ต้องแยกจากเพื่อนฝูงอยู่ห่างไกลบ้านและพ่อแม่ก็คงมีความกังวลใจมากมาย ว่าจะปรับตัวในการใช้ชีวิตที่เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่อย่างไร วันนี้ทางเราจึงหยิบเรื่องราวของสิ่งที่ควรรู้ก่อนขึ้นมหาลัยเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข มาเล่าสู่กัน เผื่อใครก็ตามที่กังวลใจกันอยู่ใจได้ผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

1. ต้องเปิดใจพร้อมรับกิบสิ่งใหม่

เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อคุณเปลี่ยนผ่านชีวิตจากวัยมัธยมมาเป็นนักศึกษามหาลัย คุณจะได้พบเห็นมุมมองที่กว้างขึ้นได้พบเจอสิ่งใหม่ๆพบผู้คนมากมาย พบเพื่อนหลากหลายจังหวัด ซึ่งหลากหลายคนก็หลายความคิด มาต่างถิ่นต่างแดนอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ต้องกัน หรือบางอย่างเขาอาจจะรู้แต่คุณไม่รู้ ทั้งหมดนี้ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่เปิดใจซึ่งกันละกันก็อาจจะทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ทางที่ดีที่สุดคือการเปิดใจยอมรักและพร้อมเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เพราะบางคนมาเรียนต่างจังหวัดแทบไม่มีเพื่อนมาเรียนที่เดียวกันสักคน ถ้าคุณไม่เปิดใจรับฟังใครเลยคุณก็ต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้แน่นอน

2. อย่าปิดกั้นตนเองจากผู้คน

เป็นนักศึกษาได้อยู่หอพักคนเดียวห่างไกลจากพ่อแม่ไม่มีใครคอยตามจู้จี้ ก็จะเป็นอิสระได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำแต่อย่าลืมว่าคุณจะปล่อยให้ตนเองอยู่กับตนเองเกินไปไม่ได้ คนเราทุกคนต้องมีสักคนไว้คอยแชร์คอยแบ่งปันและช่วยเหลือกัน แต่ถ้ามัวแต่หมกมุ่นตัวเองอยู่แต่ในห้อง เช่น เรียนเสร็จกลับห้องไม่ออกไปไหน แม้กระทั่งข้าวก็สั่งออนไลน์ให้มาส่งที่หอ ไม่เข้าร่วมทำกิจกรรมใดๆ นอกจากเรียน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้มันคงส่งผลไม่ดีนักเพราะแทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลยยากคุณเดือดร้อนในเวลาที่ห่างไกลพ่อแม่คุณจะหันหน้าหาใครช่วยเหลือไม่ได้
หรือถ้าคุณเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงอย่างน้อยคุณก็ควรจะออกมาพบปะผู้คนบ้าง ทานข้าวนอกห้อง ทักษะ ชีวิตใน มหา ลัย หรือจะเป็นการทำกิจกรรมรับน้อง เพราะกิจกรรมนี้จะเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้จักและสนิทกับเพื่อนมากขึ้น

ชีวิตในวัยมหาลัย

3.ลงเรียนวิชาที่ตนเองชอบ ที่ไม่มีในหลักสูตรสาขาที่ตนเองเรียน

เชื่อว่าสาขาที่คุณเข้าไปเรียน คุณก็อาจจะไม่ได้ชอบมันทุกวิชานักหรอกบางทีมันอาจจะหนักหน่วงมากสำหรับคุณ จนคุณรู้สึกว่าเบื่อหน่ายหมดกำลังใจ การหาวิชาที่ชอบและสนใจเพื่อลงเรียนเพิ่มอีกสักวิชาหนึ่งก็ช่างเป็นความคิดที่ดีอาจจะเป็นวิชาเพิ่มเติม นันทนาการ หรือ การท่องเที่ยว อะไรก็ตามที่แล้วแต่ละบุคคลจะชอบอย่างน้อยก็อาจจะทำให้คุณเจอเพื่อนใหม่ๆจากคณะอื่นๆ ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากวิชาเรียนที่เครียด และบางทีการที่คุณมาเรียนวิชาที่คุณชอบอาจจะช่วยเพิ่มทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว และไม่แน่คุณอาจจะพบตัวตนในแบบที่คุณชอบจริงๆก็ได้

 

4. ลองทำสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน

ช่วงเวลานักศึกษาเป็นช่วงที่ชีวิตคุณเป็นอิสระมากที่สุด ดังนั้นคุณก็ต้องใช้เวลาช่วงนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุดอาจจะลองทำอะไหร่ใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะทำงานพาททาร์มหลังเลิกเรียน เป็นการหาเงินเพิ่มนอกจากการที่พ่อแม่หรือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ ให้หรือบางคนอาจจะจูงมือเพื่อนทำวงดนตรีไปร้องหาเงินตามร้านอาหาร ลองทำอะไรใหม่ๆที่ไปในทางที่ดีส่งเสริมตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เพราะหลังจากเรียนจบก็อาจจะไม่ได้ทำอะไรแบบที่ทำได้เหมือนตอนเรียนอีกแล้ว

5.เข้าเรียนให้สม่ำเสมอ

ชีวิตมหาลัยเป็นชีวิตที่อิสระไม่มีใครมาบงการหรือตามติดเหมือนชีวิตมัธยมที่มีพ่อแม่คอยช่วยเหลือหรือปลุกไปเรียนทุกวัน ชีวิตมหาลัยต้องพึ่งตัวเองและต้องมีความรับผิดชอบ ต่อให้คุณไม่อยากตื่นเรียนเพียงใดคุณก็ต้องพยายามที่จะพาตัวคุณเข้าไปนั่งเรียน หรือคุณอาจจะทำงานพาร์ททามจนดึกดื่นตื่นไม่ไหวคุณก็ไม่สามารถเอาไปอ้างในการไม่ไปเรียนไม่ได้ เพราะมันคือความรับผิดชอบของคุณในการแบ่งเวลา คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำแต่ทุกอย่างต้องไม่กระทบต่อการเรียน เพราะถ้าคุณขาดเรียนบ่อยๆมันมีผลต่อคะแนนที่อาจจะทำให้คุณจบช้าหรือไม่จบเลยก็ได้

6.รู้จักให้อภัยผู้อื่น อย่าถือตัว

การให้อภัยในทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะการเรียนมหาลัยต้องเจอคนหลายรูปแบบที่อาจจะทำให้คุณโมโห แต่ถ้าคุณมัวแต่เจ้าคิดเจ้าแค้นปัญหาต้องบานปลายแบบไม่จบไม่สิ้นแน่นอน อย่าเก็บทุกเรื่องราวมาคิดให้ปวดหัวหรือบั่นทอนจิตใจเช่น มีคนนินทาว่าร้ายคุณ แต่ถ้าคุณไม่ถือโทษโกรธเคืองเรื่องมันก็จบ แต่ถ้าคุณไม่ปล่อยผ่านก็อาจจะมีปัญหาถึงขั้นรุนแรงตบตีกัน จนเรื่องถึงมหาลัยมันจะมีผลเสียต่อตัวคุณและอาจจะทำให้ถูกเชิญออกจากมหาลัยเลยก็ได้ ให้อภัยกันและปล่อยวางให้จิตใจแจ่มใสดีกว่า

7.หัดทำความรู้จักอาจารย์ และทำตัวให้มีตัวตนกับอาจารย์บ้าง

นอกจากจะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่จนได้เพื่อนที่เข้ากับตนเองได้แล้ว ก็อย่าลืมที่จะทำความรู้จักกับอาจารย์บ้าง อาจจะเป็นการเข้าหาโดยการถามเรื่องเรียนที่ยังสงสัยอยู่ ถ้าเจออาจารย์ที่ดีแถมเริ่มสนิทแล้วต่อไปเวลาเดือดร้อนเรื่องเรียน หรือทำรายงานต่างๆก็ยื่นมือขอความช่วยเหลือหรือคำปรึกษาได้ อีกทั้งอาจารย์ที่สนิทเขายังจะเห็นว่าคุณเป็นคนที่เป็นมิตรไมตรีดีและช่างคิดช่างถามซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวคุณอีกด้วย ในทางกลับกันถ้าคุณไม่เข้าหาอาจารย์เลยเวลาที่คุณมีปัญหาในด้านการเรียนคุณก็แทบที่จะหาคนปรึกษาได้ยากเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับเรื่องราวสิ่งที่ควรรู้ก่อนขึ้นมหาลัย เพื่อจะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุข อาจจะเป็นเรื่องราวที่เอาไว้เตือนใจในการใช้ชีวิตมหาลัยเพื่อให้หลายๆคนไม่ให้พลาด เพราะชีวิตเป็นอิสระของมหาลัยมันมีครั้งเดียวจงใช้ให้คุ้มที่สุด แต่ต้องอยู่ในกรอบเกณฑ์ของความถูกต้อง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)
โรงเรียนบ้านบึง(สันติมโนประชาสรรค์)